กลยุทธ์บริหารจัดการความยั่งยืน

กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืน

กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืน บริษัทฯ มีการกำหนดกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืนอย่างชัดเจน และได้มีการนำมาปฏิบัติงานในองค์กรอย่างจริงจัง โดยได้มีการกำหนดเป็นแผนงานเชิงกลยุทธ์ (Strategic Initiatives) ในหลากหลายหัวข้อ อาทิ

Living Innovation มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างนวัตกรรมการอยู่อาศัย เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป เน้นการออกแบบที่ลดการใช้พลังงาน และการเลือกใช้วัสดุเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม

Excellence Service & Product Quality มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาคุณภาพของสินค้า และการบริการ เพื่อสร้างความพึงพอให้กับลูกค้า เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจของเนอวานา ต่อไป

Partnership for Growth มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจ ทั้งในแง่พันธมิตรด้านเงินลงทุน และคู่ค้า ทั้งทางตรงและทางอ้อม เพื่อให้เติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน

แนวทางการดำเนินงานตามกลยุทธ์ในปี 2562 คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืนฯ มอบหมายให้ผู้บริหารระดับสูงในแต่ละสายงานเป็นสมาชิกคณะทำงานการพัฒนาอย่างยั่งยืน และรับผิดอบในการดำเนินงานตามกลยุทธ์ดังกล่าว โดยมีการประเมินผลการดำเนินงานจากผลกระทบทั้งในแง่บวกและแง่ลบ จากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม และการลดการร้องเรียนของลูกค้าอย่างน้อย 10%

แนวทางการดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืน

บริษัทฯ มุ่งเน้นที่จะเป็นผู้นำในการสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยที่มีคุณค่าผ่านกระบวนการออกแบบ อย่างเข้าใจถึงความต้องการของลูกค้าในทุกมิติ ผ่านการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ และทางเลือกของการอยู่อาศัยแบบครบวงจร เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ดังนั้น บริษัทฯ จึงมุ่งเน้นกระบวนการทำงานที่ครอบคลุมทั้งห่วงโซ่ธุรกิจ เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ และงานบริการที่ดีให้กับลูกค้า โดยกระบวนการทำงานตั้งแต่การเริ่มต้น จนถึงขั้นตอนสุดท้าย พร้อมกับการบริการลูกค้าหลังการขาย โดยกระบวนการทำงานหลักขององค์กรมีขั้นตอน ดังต่อไปนี้

คำอธิบายในแต่ละกระบวนการปฏิบัติงานตั้งแต่เริ่มต้น จนถึงขั้นตอนสุดท้าย

กระบวนการทำงาน รายละเอียดการปฏิบัติงาน
Land Acquisition
(การจัดหาที่ดิน)
บริษัทฯ ให้ความสำคัญในการคัดเลือกที่ดินที่มีศักยภาพนำมาพัฒนาโครงการ โดยพิจารณาจากทำเลที่ตั้ง การเข้าถึงที่ดิน การมีระบบสาธารณูปโภคของรัฐบาลรองรับ ผังเมือง ข้อจำกัดทางด้านกฎหมายทิศทาง การเติบโตของแหล่งที่อยู่อาศัย และแหล่งชุมชน ในการคัดเลือกที่ดินสำหรับพัฒนาโครงการ บริษัทมีฝ่ายพัฒนาธุรกิจ เป็นหน่วยงานหลักในการสรรหาที่ดิน โดยทำงานร่วมกับฝ่ายกฎหมาย ฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ ฝ่ายการเงิน ฝ่ายขาย และฝ่ายการตลาด เพื่อร่วมกันวิเคราะห์และตัดสินใจเลือกประเภทที่อยู่อาศัย และแบรนด์ที่เหมาะสมกับทำเลนั้นนั้น โดยพิจารณาความเป็นไปได้ทางด้านกฎหมาย ผังเมือง ความเป็นไปได้ทางด้านการก่อสร้าง การประมาณการต้นทุน ระยะเวลาในการพัฒนาโครงการ ความเป็นไปได้ทางการเงิน อัตราผลตอบแทน และความเป็นไปได้ทางด้านตลาด เพื่อกำหนดแบรนด์สินค้า และราคาขายให้สอดคล้องกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในบริเวณนั้นๆ โดยการสรรหาที่ดินมีข้อมูลจากเครือข่ายนายหน้าที่เป็นพันธมิตร กับบริษัทมายาวนาน และจากการสำรวจของฝ่ายพัฒนาธุรกิจ นอกจากนี้ยังมีการเปิดรับข้อมูลที่ดิน ผ่านเว็บไซต์ และผ่านระบบคอลเซ็นเตอร์เพื่อเพิ่มความสะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น เพื่อให้เกิดความโปร่งใส และลดผลกระทบต่อชุมชนข้างเคียง ฝ่ายพัฒนาธุรกิจร่วมกับฝ่ายก่อสร้างจะเข้าไปดูพื้นที่จริงก่อนทุกครั้ง เพื่อไม่ให้กระทบต่อการอยู่อาศัยของชุมชนข้างเคียงและลูกค้าของโครงการ ซึ่งในระหว่างงานก่อสร้าง หากมีการดำเนินการแล้วเกิดการชำรุดของถนน ทางบริษัทจะดำเนินการซ่อมแซม
Project Feasibility
(การศึกษาความเป็นไปได้โครงการ)
ฝ่ายพัฒนาธุรกิจจะส่งรายละเอียดที่ดิน และประมาณการตัวเลขเบื้องต้นให้กับฝ่ายการเงินเพื่อให้ฝ่าย การเงินทำประมาณการความเป็นไปได้ในการพัฒนาโครงการเบื้องต้น โดยประชุมร่วมกับฝ่ายกฎหมาย ฝ่ายออกแบบ ฝ่ายการตลาด และฝ่ายก่อสร้าง เพื่อศึกษาความเป็นไปได้โครงการ รูปแบบการพัฒนา โครงการ และรายละเอียดอื่นๆ เพื่อนำไปเสนอขออนุมัติซื้อที่ดินและพัฒนาโครงการกับทางคณะกรรม การบริหารบริษัทต่อไป
Concept Design
(การออกแบบการพัฒนาโครงการ)
เมื่อทางคณะกรรมการบริหารมีมติเห็นชอบให้ซื้อที่ดินและรูปแบบการพัฒนาโครงการเบื้องต้น ทางฝ่ายออกแบบ จะต้องดำเนินการออกแบบรูปแบบการพัฒนาโครงการ จัดทำผังโครงการ ระบบสาธารณูปโภคโครงการ การวางรูปแบบบ้านให้โครงการมีความน่าอยู่ และใช้ประโยชน์จากที่ดินได้สูงสุด รวมถึงการวางแบบบ้านโดยคำนึงถึงทิศทางของแสงแดด และลม โดยจะต้องถูกต้องตามกฎหมายจัดสรรที่ดิน และหลักการของภูมิสถาปัตย์ โดยร่วมมือกับฝ่ายขาย และฝ่ายการตลาด เพื่อที่เป็นโครงการที่มีคุณภาพ สามารถอยู่อาศัยได้อย่างมีความสุข อีกทั้งยังสามารถช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าจากการออกแบบได้อีกด้วย
Estimated & Budgeting
(การประมาณการต้นทุน)
ฝ่ายประมาณการต้นทุน และฝ่ายก่อสร้าง จะต้องนำรูปแบบการก่อสร้างของโครงการจากฝ่ายแบบมาประมาณการต้นทุน และวางแผนการก่อสร้าง โดยเป็นการประมาณการต้นทุนทั้งงานก่อสร้างสาธารณูปโภคโครงการ และงานก่อสร้างบ้าน จากราคากลางของบริษัท เพื่อนำส่งประมาณราคาให้กับฝ่ายจัดซื้อจัดจ้างเพื่อหาผู้รับเหมาในขั้นตอนถัดไป
Sourcing & Procurement
(การจัดซื้อจัดจ้าง)

บริษัทมีขั้นตอนในการจัดซื้อวัสดุก่อสร้างที่โปร่งใส และยุติธรรม เพื่อให้ได้วัสดุก่อสร้างที่มีคุณภาพดีตามมาตรฐานที่บริษัทตั้งไว้ ในราคาที่เหมาะสม บริษัทบริหารความเสี่ยงโดยให้ผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการเป็นผู้จัดหาวัสดุก่อสร้างที่มีความผันผวนและความสูญเสียที่ไม่แน่นอน โดยกำหนดราคาในสัญญาว่าจ้างรับเหมาก่อสร้างแบบเบ็ดเสร็จ (Turnkey contract) อีกทั้งยังสามารถควบคุมคุณภาพ รูปแบบ และเวลาได้ดีกว่าอีกด้วย ส่วนบริษัทจะจัดซื้อวัสดุก่อสร้างบางประเภทที่มีสำคัญ ราคาสูง และมีลักษณะเฉพาะ เช่น สุขภัณฑ์ วัสดุกรุผิว ประตู-หน้าต่าง เพื่อเป็นการลดภาระของผู้รับเหมาอีกทางหนึ่ง โดยขั้นตอนการจัดซื้อวัสดุก่อสร้าง บริษัทจัดให้มีการเปิดซองประมูลราคาหลายรายการ เพื่อให้มีการแข่งขันในด้านราคาและคุณภาพได้ การจัดซื้อวัสดุก่อสร้างจากผู้ผลิตโดยตรงทำให้บริษัทได้ราคาที่ต่ำกว่าผู้รับเหมาจัดซื้อเอง เนื่องจากมีการสั่งซื้อในปริมาณมาก วัสดุที่บริษัทสั่งซื้อส่วนใหญ่ใช้ในขั้นตอนแยกจากขั้นตอนการทำงาน ของผู้รับเหมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทจึงสามารถควบคุมงานก่อสร้างให้เป็นไปตามแผนงาน ก่อสร้างที่วางไว้ นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนรองรับการผันผวนของราคาวัสดุก่อสร้าง โดยการกำหนด ราคาส่งมอบล่วงหน้า การจัดซื้อในระยะยาว และมีระยะเวลาการจ่ายค่าวัสดุก่อสร้างอยู่ในช่วงเวลา 30-60 วัน ทั้งนี้บริษัทไม่ได้พึ่งพาผู้จำหน่ายวัสดุก่อสร้างรายใดรายหนึ่งเป็นพิเศษ ทำให้ไม่มีปัญหาการขาดแคลนวัสดุที่ผ่านมา โดยบริษัทมีหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายรายใหญ่ เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถหาวัสดุได้ตรงตามมาตรฐาน ตามปริมาณ และสามารถส่งมอบได้ทันตามที่บริษัทกำหนดได้

การดำเนินการก่อสร้าง บริษัทจะว่าจ้างผู้รับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่และขนาดกลางเป็นผู้ดำเนินการ โดยบริษัทจะควบคุมแผนงาน และคุณภาพงานก่อสร้างโดยการจัดให้มีผู้จัดการโครงการ วิศวกรควบคุมงานประจำโครงการ วิศวกรควบคุมคุณภาพ เพื่อคอยดูแล และตรวจสอบงานของผู้รับเหมาให้เป็นไปตามมาตรฐานของบริษัทที่กำหนดไว้ โดยการคัดเลือกผู้รับเหมาใหม่ บริษัทจะพิจารณาจากคุณสมบัติเบื้องต้น ประสบการณ์ ผลงาน และคุณภาพที่ผ่านมา รวมถึงฐานะการเงินของบริษัท เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้บริษัทว่าจะสามารถดำเนินงานก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามกำหนดเวลา และคุณภาพที่มีมาตรฐาน สำหรับผู้รับเหมา รายเดิมที่เคยรับงานกับบริษัทมาแล้ว บริษัทจะมีการจัดเก็บข้อมูลของผู้รับเหมาไว้เป็นฐานข้อมูล เช่น ข้อมูลการทำงาน คุณภาพงาน การประเมินผลงาน เป็นต้น เพื่อใช้ในการพิจารณาว่าจ้างในครั้งถัดไป สำหรับการพัฒนาโครงการแนวราบ ประเภทบ้านเดี่ยว ทาวเฮ้าส์ และโฮมออฟฟิศ บริษัทจะจัดหาผู้รับเหมารายย่อยหลายรายในการดำเนินการก่อสร้าง เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น และสามารถปรับแผนงาน การก่อสร้างต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างทันท่วงที แต่การพัฒนาโครงการประเภทแนวสูง คอนโดมิเนียม บริษัทจะว่าจ้างผู้รับเหมารายใหญ่เพียงรายเดียว และทำสัญญาก่อสร้างแบบเบ็ดเสร็จ เพื่อให้สามารถควบคุมต้นทุน ระยะเวลา และคุณภาพให้เป็นไปตามที่บริษัทกำหนด ปัจจุบันบริษัทมีการรับสมัครสัมภาษณ์ผู้รับเหมารายใหม่ๆ ที่มีศักยภาพที่ดีจำนวนมาก เก็บไว้เป็นคู่ค้าขึ้นทะเบียน โดยการคัดเลือกผู้รับเหมา บริษัทมีคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อวางนโยบายการจัดหา และพิจารณาคุณสมบัติของผู้รับเหมาในแต่ละรายตามความเหมาะสมของงาน เพื่อรองรับการขยายตัวของบริษัทในอนาคตต่อไป

Gov. Permit
(การติดต่อประสานงานราชาการ)
บริษัทเล็งเห็นถึงความสำคัญในการติดต่อประสานงานกับหน่วยงานราชการ บริษัทจึงจัดตั้งหน่วยงานประสานงานราชการ เพื่อทำหน้าที่ในการดำเนินการเรื่องการขออนุญาตต่างๆ กับหน่วยงานราชการโดยตรง เช่น การขออนุญาตจัดสรรที่ดิน การขออนุญาตก่อสร้าง การขออนุญาตเชื่อมท่อ เชื่อมทาง การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรือการทำ EIA การขอติดตั้งน้ำ ติดตั้งไฟ เป็นต้น บริษัทจะดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายและกฎระเบียบต่างๆ รวมถึงการปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
Sale Office & Show house
(สำนักงานขายและบ้านตัวอย่าง)
เมื่อบริษัทได้รับอนุญาตให้ดำเนินการก่อสร้างได้ บริษัทจะเริ่มพัฒนาโครงการโดยการสร้างสำนักงานขายบริเวณด้านหน้าโครงการ ระบบสาธารณูปโภคโครงการบางส่วน เช่น ถนนทางเข้า ซุ้มโครงการ ป้อมสำหรับพนักงานรักษาความปลอดภัย บ้านตัวอย่าง เพื่อเป็นเครื่องมือในการขายของโครงการ
Sale & Marketing
(การขายและการตลาด)
ฝ่ายการตลาดจะต้องวางแผนการสื่อสารเพื่อประชาสัมพันธ์ให้ลูกค้าได้ทราบถึงรายละเอียดโครงการ รวมถึงการจัดทำโปรโมชั่น เพื่อเพิ่มยอดขายให้กับโครงการ เพื่อให้เป็นไปตามประมาณการขายตามที่ได้ขออนุมัติไว้ โดยสื่อการโฆษณาต่างๆ จะต้องเป็นไปตามข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองผู้บริโภค โดยมีทีมงานการตลาดองค์กร เป็นผู้ตรวจสอบและคัดกรองข้อมูล เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ทั้งกับลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมถึงการติดป้ายประกาศต่างๆ จะต้องไม่รบกวนต่อสภาพแวดล้อม จนเกิดอันตรายต่อผู้ที่สัญจรไปมา ส่วนงานของฝ่ายขาย จะต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นความจริงกับลูกค้าในทุกๆ ด้าน เพื่อเป็นข้อมูลให้กับลูกค้าในการตัดสินใจ รวมถึงการให้บริการสินเชื่อให้กับลูกค้า โดยบริษัทจะร่วมมือกับสถาบันการเงินต่างๆ เพื่อให้ลูกค้าได้รับผลประโยชน์ที่ดีที่สุดของแต่ละสถาบันการเงิน นอกจากนี้ บริษัทมีการจัดทำแบบสอบถามให้กับลูกค้าผ่านระบบออนไลน์ (Visual Questionnaire) เพื่อนำข้อมูลของลูกค้ามาวิเคราะห์ เพื่อใช้ในการทำการตลาดต่อไป
Construction & QC
(การก่อสร้าง และควบคุมคุณภาพ)
ฝ่ายก่อสร้างโครงการ เริ่มดำเนินงานก่อสร้างโครงการ เริ่มต้นตั้งแต่การปรับปรุงที่ดิน การถมดินเพื่อปรับระดับ และดำเนินงานก่อสร้างให้เป็นไปตามแผนงานการก่อสร้างที่สอดคล้องกับงานขาย ทั้งนี้งานก่อสร้างมักจะส่งผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมบริเวณรอบข้าง เช่น การถมดิน รถที่ใช้ถมดิน จะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด ได้แก่ การใช้ผ้าใบคลุมดิน เพื่อป้องกันฝุ่นละอองที่จะเกิดขึ้น การล้างล้อรถก่อนออกจากพื้นที่งานก่อสร้าง เพื่อป้องการเศษดินที่ติดล้อรถ จะทำให้ถนนไม่สะอาด เป็นต้น นอกจากนี้อาจจะส่งผลกระทบต่อชุมชน ในมลภาวะ ทั้งในเรื่องของเสียง น้ำ และอากาศ บริษัทมีหน่วยงาน CSR เพื่อคอยดูแลปัญหาจากงานก่อสร้างที่จะกระทบต่อชุมชนบริเวณรอบข้างอย่างใกล้ชิด โดยจะมีผู้รับผิดชอบโครงการดูแลรับผิดชอบรับเรื่องร้องเรียน (ถ้ามี) เพื่อเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงที เนื่องจากบริษัทใช้ระบบการก่อสร้างด้วยการผลิตแผ่น precast ซึ่งเป็นระบบที่มีความทันสมัยในการก่อสร้างบ้าน ซึ่งเป็นการผลิตจากโรงงาน มีการตรวจสอบชิ้นงานทุกชิ้นก่อนส่งออก จึงสามารถช่วยลดฝุ่นละอองจากการก่อสร้าง ทำให้ลดมลภาวะทางอากาศและการขนส่ง (ก๊าซเรือนกระจก) ทั้งทางตรงและทางอ้อม ทั้งนี้บริษัทยังมีฝ่ายควบคุมคุณภาพ ซึ่งขึ้นตรงกับสายงานพัฒนาโครงการพิเศษ ซึ่งอยู่คนละสายงานกับงานก่อสร้างโครงการ ทำให้สามารถควบคุมคุณภาพบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นให้ลูกค้า
Deliver & Transfer
(การส่งมอบสินค้า)
เมื่องานก่อสร้างบ้านแล้วเสร็จ บริษัทจะดำเนินการส่งมอบบ้านให้กับลูกค้า โดยบ้านแต่ละหลังก่อนส่งมอบให้กับลูกค้าจะต้องได้รับการอนุมัติให้ส่งมอบบ้านจากฝ่ายควบคุมคุณภาพก่อนโอนกรรมสิทธิ์ ทำให้รายการแก้ไขต่างๆจากลูกค้ามีแนวโน้มลดลง เนื่องมาจากการปรับปรุงพัฒนาสินค้า ตั้งแต่การออกแบบและขั้นตอนการก่อสร้างที่บริษัทได้ปรับปรุงมาอย่างต่อเนื่อง
Juristic Person
(การจัดตั้งนิติบุคคล)
เมื่อสามารถส่งมอบบ้านในโครงการให้กับลูกค้าได้ตามกำหนด ทางบริษัทจะต้องดำเนินการจัดตั้งนิติ บุคคลหมู่บ้าน พร้อมส่งมอบสาธารณูปโภคโครงการให้เป็นกรรมสิทธิ์ของหมู่บ้านต่อไป โดยบริษัทมีหน่วยงานบริหารงานชุมชน เป็นหน่วยงานเฉพาะในการดูแลสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะที่มี หน้าที่เฉพาะ ได้แก่ งานรักษาความปลอดภัย ระบบไฟฟ้าโครงการ ระบบระบายน้ำ ถนนโครงการ สวนสาธารณะ บริษัทเน้นเรื่องความปลอดภัยในโครงการเป็นหลัก โดยเลือกใช้บริษัทรักษาความปลอดภัยที่มีคุณภาพ ประวัติงานที่ดี มีการตรวจสอบการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เพื่อให้ปฏิบัติงานด้วยประสิทธิภาพสูงสุด และสร้างความปลอดภัยแก่ลูกค้าในโครงการ
After Sale Service & CRM
(การบริการหลังการขายและลูกค้าสัมพันธ์)
บริษัทให้ความสำคัญของลูกค้า โดยเฉพาะลูกค้าที่โอนกรรมสิทธิ์ไปแล้ว บริษัทมีหน่วยงานดูแลลูกค้าหลังการขายโดยเฉพาะ เพื่อรับเรื่องเกี่ยวกับการรับประกันตัวบ้าน เพื่ออำนวยความสะดวกในการอยู่อาศัย ในกรณีฉุกเฉินบริษัทจะเข้าไปตรวจสอบภายใน 4 ชั่วโมง และติดต่อกลับภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อเข้าทำการตรวจสอบ และนัดหมายเพื่อดำเนินการซ่อมแซมต่อไป โดยหน่วยงานบริการลูกค้าหลังการขาย จะติดต่อลูกค้า และรายงานความคืบหน้างานให้ลูกค้าทราบตลอดจนแล้วเสร็จ รวมถึงการรายงานให้กับผู้บริหารทราบตลอดเวลา เพื่อนำข้อมูลไปใช้ในการพัฒนาและปรับปรุงงานก่อสร้างต่อไป
ประเด็นสาระสำคัญต่อการพัฒนาความยั่งยืน
บริษัทฯ มีกระบวนการระบุประเด็นสำคัญต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยพิจารณาข้อมูลจากการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย (Stakeholder Inclusiveness) แผนธุรกิจ กลยุทธ์ ปัจจัยความเสี่ยงขององค์กร ทิศทางเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals) โดยใช้กระบวนการคัดเลือกประเด็นสำคัญ (Materiality) ตามมาตรฐานขององค์การแห่งความริเริ่มว่าด้วยการรายงานสากล (Global Reporting Initiative หรือ GRI) ฉบับล่าสุด GRI Standards
หลักการคัดเลือกประเด็นสำคัญ (Materiality)

1.

การระบุประเด็นสำคัญ (Identification)

ของกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียและองค์กร บริษัทฯ ดำเนินการตามหลักสำคัญตามแนวทางของ GRI Standard คือ บริบทความยั่งยืน (Sustainability Context) ประเด็นที่มีนัยสำคัญ (Materiality) ความครบถ้วนสมบูรณ์ (Completeness) และการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย (Stakeholder Inclusiveness) รวมถึงประเด็นสำคัญที่คาดว่าจะเกี่ยวข้องและมีนัยสำคัญต่อบริษัทฯ ทั้งจากปัจจัยภายใน (เป้าหมายและแผนธุรกิจ) และปัจจัยภายนอก (การประเมินและตัดสินใจของผู้มีส่วนได้เสีย) และนัยสำคัญของผลกระทบ ทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม รวมถึงแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของโลกตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ Sustainable Development Goals (SDGs) มาประกอบการประเมินประเด็นสำคัญต่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของบริษัทฯ ด้วยการสำรวจความคิดเห็น การหารือ การพูดคุย ประชุม สัมมนา กับผู้มีส่วนได้เสียในแต่ละกลุ่มอย่างไม่เป็นทางการ และจัดลำดับความสำคัญกำหนดการตอบสนองอย่างเหมาะสม

2.

การจัดลำดับความสำคัญ (Prioritization)

บริษัทฯ นำประเด็นที่มีนัยสำคัญต่อองค์กร โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวกับผลกระทบและความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย ทุกกลุ่ม รวมถึงแนวโน้มด้านความยั่งยืนในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง เพื่อจัดลำดับความสำคัญและวิเคราะห์ กำหนดเป็นประเด็นที่มีนัยสำคัญ (Materiality) ต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน จากนั้นให้ค่าคะแนน โดยพิจารณาตามความสำคัญเพื่อกำหนดประเด็นลงตาราง Materiality Matrix ในแกนตั้ง คือ ระดับอิทธิพลต่อการประเมินและตัดสินใจของผู้มีส่วนได้เสีย และแกนนอน คือ ระดับนัยสำคัญของผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

3.

การให้เหตุผล (Validation)

ประเด็นสำคัญต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ของ เนอวานา ไดอิ ได้รับการระบุประเด็นและให้ความเห็นชอบโดยผู้บริหารระดับสูง จำนวน 18 ประเด็น ประกอบด้วย ด้านเศรษฐกิจ 3 ประเด็น ด้านสิ่งแวดล้อม 6 ประเด็น และด้านสังคม 9 ประเด็น

กราฟแสดงประเด็นสำคัญต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Material)
ประเด็นสำคัญต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
ประเด็นสำคัญต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อผู้มีส่วนได้เสีย หัวข้อที่นำเสนอในรายงาน
เศรษฐกิจ
1.
Supply Chain Management
ผู้บริหาร/พนักงาน/คู่ค้า/คู่สัญญา การจัดซื้อจัดจ้าง
2.
Innovation
ผู้บริหาร/พนักงาน/ลูกค้า/คู่ค้า/คู่สัญญา นวัตกรรมสินค้าและบริการ
3.
Construction Materials
ผู้บริหาร/พนักงาน/ลูกค้า/คู่ค้า/คู่สัญญา นวัตกรรมสินค้าและบริการ
สิ่งแวดล้อม
4.
Water & Effluence Management
ลูกค้า/ชุมชนและสังคม การบริหารจัดการพลังงานและน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ
5.
Waste & Plastic Supplies
ลูกค้า/ชุมชนและสังคม การจัดการของเสีย
6.
Energy Efficient
ลูกค้า/ชุมชนและสังคม การบริหารจัดการพลังงานและน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ
7.
Social & Environmental Compliance
ลูกค้า/ชุมชนและสังคม การบริหารจัดการข้อร้องเรียนเกี่ยวกับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม
8.
Emission
ลูกค้า/ชุมชนและสังคม การบริหารจัดการพลังงานและน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ
9.
GHG Management & Climate Change
ลูกค้า/ชุมชนและสังคม การบริหารการจัดการฝุ่นละอองภายในโรงงาน
สังคม
10.
Employment & Employee Welfare
ผู้บริหาร/พนักงาน อาชีวอนามัยและความปลอดภัยของพนักงาน
11.
Training & Education
ผู้บริหาร/พนักงาน การพัฒนาบุคลากรและส่งเสริมความก้าวหน้าทางอาชีพ
12.
Human right
ผู้บริหาร/พนักงาน/คู่ค้า/คู่สัญญา การเคารพสิทธิมนุษยชน
13.
Ethics & Integrity
ผู้บริหาร/พนักงาน/ลูกค้า/คู่ค้า/คู่สัญญา/ชุมชนและสังคม การปฏิบัติตามกฎหมาย
14.
Impact on Local Community
ชุมชนและสังคม การบริหารจัดการข้อร้องเรียนเกี่ยวกับผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อม
15.
Customer Satisfaction & Engagement
ลูกค้า การบริหารจัดการลูกค้าสัมพันธ์
16.
Data Privacy of Stakeholders
ผู้บริหาร/พนักงาน/ลูกค้า/คู่ค้า/คู่สัญญา/ผู้ถือหุ้น กระบวนการจัดการข้อร้องเรียน
17.
Health & Safety
ผู้บริหาร/พนักงาน/คู่ค้า/คู่สัญญา สุขภาพและความปลอดภัย
18.
Non-discrimination and Product & Service Inclusion
ลูกค้า/คู่ค้า/คู่สัญญา นวัตกรรมสินค้าและบริการ